“ทรัมป์-คิม” ทำสงครามน้ำลายยกใหม่

News

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนนายคิม จอง-อึน อาจพบกับ “ไฟและความเกรี้ยวกราด” ครั้งใหญ่จากสหรัฐ ขณะที่สื่อของรัฐบาลเปียงยางเตือนฐานทัพอเมริกาบนเกาะกวมระวังโดนถล่มด้วยขีปนาวุธ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 ส.ค.ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งอยู่ระหว่างลาพักร้อนที่สนามกอล์ฟส่วนตัว ในเมืองเบดมินสเตอร์ รัฐนิวเจอร์ซีย์ กล่าวเมื่อวันอังคารว่า นายคิม จอง-อึน เป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อความมั่นคงแห่งรัฐ และ “เกาหลีเหนืออย่าข่มขู่สหรัฐไปมากกว่านี้จะดีกว่า” เนื่องจากหากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป รัฐบาลเปียงยางอาจต้องเผชิญกับ “ไฟและความโกรธเกรี้ยว”  ครั้งรุนแรงในระดับที่ “โลกยังไม่เคยเห็นมาก่อน”

อย่างไรก็ตาม ภายในไม่อีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา สำนักข่าวกลางเกาหลี ( เคซีเอ็นเอ ) ของเกาหลีเหนือ รายงานว่ารัฐบาลเปียงยางกำลังพิจารณา “อย่างจริงจัง” เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการใช้ขีปนาวุธนำวิถีระยะกลาง “ฮวาซอง-12” โจมตีฐานทัพของสหรัฐที่อยู่บนเกาะกวม ทางตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก ขณะที่หนังสือพิมพ์เดอะ วอชิงตัน โพสต์ รายงานในเวลาไล่เลี่ยกันโดยอ้างแหล่งข่าวในสำนักข่าวกรองกลาโหม ( ดีไอเอ ) ว่ามีการประเมินศักยภาพด้านการพัฒนาอาวุธของเกาหลีเหนือ ว่าเพียงพอแก่การพัฒนาหัวรบนิวเคลียร์ขนาดเล็กสำหรับติดตั้งบนขีปนาวุธได้แล้ว ซึ่งรวมถึงขีปนาวุธข้ามทวีป ( ไอซีบีเอ็ม )

ทั้งนี้ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) มีมติเป็นเอกฉันท์เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ออกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจชุดใหม่ต่อเกาหลีเหนือ โดยมุ่งเน้นอุตสาหกรรมการส่งออกถ่านหิน ตะกั่ว แร่ตะกั่ว เหล็ก แร่เหล็ก และอาหารทะเล อีกทั้งระงับการทำธุรกรรมระหว่างเกาหลีเหนือกับประชาคมโลกอีกหลายรายการ ซึ่งอาจสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจให้แก่เกาหลีเหนือมากถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 32,300 ล้านบาท ) เพื่อลงโทษที่รัฐบาลเปียงยางทดสอบไอซีบีเอ็ม “ฮวาซอง-14” 2 ครั้ง เมื่อเดือนที่แล้ว. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews